โรงเรียนวัดอุทยาราม

หมู่ที่ 2 บ้านวัดประดู่ ตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-380153

การป้องกันเด็กติดเกม และวิธีแก้ไข

การป้องกันเด็กติดเกม

การป้องกันเด็กติดเกม

การป้องกันเด็กติดเกม และการแก้ไข ก่อนที่จะเป็นปัญหา และทำให้คุณพ่อคุณแม่ ได้ปวดหัวกันอยู่ตลอด และอาจจะกลายเป็นปัญหาของสังคมได้ แต่การติดเกมเป็นเพียงผลลัพธ์ของหลายๆ ปัจจัยที่ผสมผสานจากหลากหลายสาเหตุ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะบานปลาย เราจึงแนะนำ วิธีในการป้องกัน และแก้ไขเด็กติดเกม

วิธีป้องกัน
1. พูดคุยกับเด็กเพื่อกำหนดกติกากันล่วงหน้า ก่อนจะซื้อเกม หรืออนุญาตให้เด็กเล่นเกม ว่าเด็กสามารถเล่นเกมได้ในวันใดบ้าง วันใดเล่นไม่ได้ เล่นได้ครั้งละไม่เกินกี่ชั่วโมง ตั้งแต่เวลาใดถึงเวลาใด ก่อนจะเล่นต้องรับผิดชอบทำอะไรให้เสร็จเรียบร้อยก่อนบ้าง หากเด็กไม่รักษากติกา เช่น เล่นเกินเวลา ไม่ทำการบ้านให้เสร็จก่อน ฯลฯ เด็กจะถูกทำโทษอย่างไร (แนะนำให้ใช้วิธีริบเกม หรือตัดสิทธิการเล่นเป็นเวลาระยะหนึ่งหากเด็กไม่ทำตามกติกาที่ตกลง)
2. วางตำแหน่งคอมพิวเตอร์หรือเครื่องเล่นเกมในสถานที่ที่เป็นที่โล่ง มีคนเดินผ่านไปมาบ่อยๆ และไม่ควรตั้งไว้ในห้องนอนหรือห้องที่ปิดมิดชิด เพื่อที่ผู้ปกครองจะได้ติดตามเฝ้าดูได้ เป็นการป้องกันมิให้เด็กเก็บตัว แล้วแอบเล่นคนเดียวในห้อง หรือแอบเล่นทั้งคืน
3. วางนาฬิกาขนาดใหญ่ไว้หน้าเครื่อง หรือในตำแหน่งที่เด็กสามารถมองเห็นได้ชัดเจน
4. ให้คำชมแก่เด็กเมื่อเด็กสามารถรักษาเวลาการเล่น และควบคุมตัวเองให้อยู่ในกรอบเวลาที่ได้กำหนดไว้ในตอนแรก
5. เอาจริง เด็ดขาดหากเด็กไม่รักษากติกาที่ได้ตกลงกันเอาไว้ เช่น ริบเกมโดยไม่ใจอ่อน ถอดสายโมเด็มออก ฯลฯ
6. จัดหากิจกรรมที่สนุกสนานอย่างอื่น (ที่สนุกพอๆกับ/หรือมีความน่าสนใจมากกว่าการเล่นเกม) ให้เด็กทำ หรือมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัว
7. หลีกเลี่ยงการใช้เกมเป็นเสมือนพี่เลี้ยงเด็ก เพื่อที่พ่อแม่จะได้มีเวลาส่วนตัวไปทำอย่างอื่น
8. สอนให้เด็กรู้จักการแบ่งเวลา การบริหารและจัดสรรเวลา ให้รู้จักใช้เวลาอย่างเหมาะสม

 

วิธีแก้ไข
1. หากในบ้านยังไม่มีกฎหรือกติกาในการเล่นเกม จำเป็นที่จะต้องพูดคุยกับเด็กและให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมในการวางกติกา กำหนดเวลาการเล่น (เหมือนข้อ 1 ในหัวข้อการป้องกัน)
2. หาเวลาอยู่กับเด็กมากขึ้น พาออกนอกบ้านเพื่อไปทำกิจกรรมที่เด็กชอบ (ยกเว้นการไปเล่นเกมนอกบ้าน)อย่าลืมว่าเด็กส่วนหนึ่งติดเกมเพราะความเหงา เบื่อ ไม่มีอะไรสนุกๆทำ
3. รักษาความสัมพันธระหว่างกันให้ดี หลีกเลี่ยงการบ่น ตำหนิ ใช้อารมณ์ หรือถ้อยคำรุนแรง แสดงความเห็นใจ เข้าใจว่าเด็กไม่สามารถคุมตัวเอง หรือตัดขาดจากเกมได้จริงๆ
4. ผู้ปกครองควรร่วมมือกันในการแก้ปัญหา โดยใช้กฎเดียวกัน ไม่ปัดให้เป็นภาระหรือความรับผิดชอบของใครคนใดคนหนึ่ง
5. ฟอร์มเครือข่าย (network) ผู้ปกครองที่มีเด็กติดเกมเหมือนๆกันหลายๆครอบครัว แล้วผลัดกันนำเด็กทำกิจกรรมหลังเลิกเรียน หรือในวันหยุด เช่น camping, field trip, walk rally ฯลฯ จัดตั้งเป็นกลุ่มย่อยๆเช่น sport club, adventure club เป็นต้น
6. ในรายที่ติดมากจริงๆ และเด็กต่อต้านรุนแรงที่จะเลิก ในระยะแรกคุณพ่อคุณแม่ควรร่วมเล่นเกมกับเด็ก และทำความรู้จักกับเกมที่เด็กเล่น หากเห็นว่าเป็นเกมที่ไม่เหมาะสม หรือเกมที่ใช้ความรุนแรง พยายามเบี่ยงเบนให้เด็กมาสนใจเกมอื่นที่พอจะมีส่วนดี ดึงเอาส่วนดีของเกมมาสอนเด็กเช่น เกมสร้างเมือง ต่างๆ เกมที่มีบทบาทสมมุติเพื่อฝึกทักษะทางสังคมเป็นต้น เมื่อความสัมพันธกับเด็กเริ่มดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่จึงค่อยๆดึงเด็กให้มาสนใจในกิจกรรมอื่นทีละเล็กทีละน้อย
7. หากทำทุกวิธีกล่าวมาข้างต้นแล้วไม่ได้ผล พ่อแม่ควรพาเด็กมาพบจิตแพทย์เด็ก เนื่องจากเด็กอาจจะป่วย มีปัญหาสุขภาพจิต

อ่านบทความออื่นๆจากทางโรงเรียน ได้ที่ นานาสาระ