โรงเรียนวัดอุทยาราม

หมู่ที่ 2 บ้านวัดประดู่ ตำบลท่าอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160

Mon - Fri: 9:00 - 17:30

077-380153

สอนภาษาที่สองยังไงให้ลูกไม่สบสน

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคิดว่าการเลี้ยงลูกให้พูดได้สองภาษา ต้องส่งลูกไปเรียนโรงเรียนอินเตอร์หรือไปเรียนเมืองนอก ในความเป็นจริงความรู้ของคุณพ่อคุณแม่สามารถสอนภาษาที่สองให้ลูกได้ หากมีความตั้งใจจริง และคำถามที่ตามมาอีกคือ ควรจะ สอนภาษาที่สองให้ลูก ได้เมื่อไหร่
จากงานวิจัย ทารกอยู่ในท้องก็เริ่มเรียนรู้เสียงในภาษาต่างๆ แล้ว โดยเฉพาะเสียงของแม่จะเป็นเสียงที่ทารกให้ความสนใจที่สุดเสียงหนึ่งตั้งแต่อยู่ในครรภ์  ทำให้เมื่อลืมตาดูโลก ก็สามารถจะแยกความแตกต่างระหว่างภาษาของแม่กับภาษาอื่นๆ ได้แล้ว โดยทารกแรกเกิดยังสามารถแยกความแตกต่างระหว่างภาษาได้ด้วย ทารกสามารถเรียนรู้ภาษาใดก็ตามที่เขาได้ยินได้ฟัง จากนั้นทารกจะค่อยๆ เรียนรู้ว่าเสียงใดที่เขาได้ยินบ่อยที่สุด ระหว่างอายุ 6-12 เดือน ทารกที่อยู่ในครอบครัวที่พูดภาษาเดียว จะเริ่มเชี่ยวชาญในภาษาแม่เป็นพิเศษ โดยเมื่ออายุครบ 1 ขวบ ทารกที่เรียนรู้เพียงภาษาเดียวจะเริ่มสูญเสียความสามารถในการแยกแยะความแตกต่างของเสียงในภาษาต่างประเทศ ดังนั้นการ สอนลูกให้เก่งภาษา จะเป็นผลดีมากเมื่อฝึกตั้งแต่ในครรภ์ โดยให้เด็กแยกแยะเสียงของแต่ละภาษาก่อนนั้นเอง

สอนภาษาที่สองให้ลูก

วิธีการ สอนภาษาที่สองให้ลูก

การฝึกลูกพูดสองภาษา จะแบ่งได้ 2 แบบดังนี้

1-หนึ่งคนหนึ่งภาษา
โดยแบ่งกันในครอบครัวว่า จะให้เด็กเรียนรู้ภาษาไหนจากใคร โดยเฉพาะผู้ที่จะสอนภาษที่สอง จำเป็นต้องมีเวลาอยู่กับเด็กๆมาก และให้คนนั้นเป็นสอนภาษาที่สอง ซึ่งอาจจะเป็นคุณแม่ วิธีการนี้เด็กจะเรียนรู้การพูดกับพ่อและแม่ทั้งสองภาษาเองอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่ทำให้เด็กสับสน เค้าสามารถแยกแยะได้เก่ง จนคุณพ่อคุณแม่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว เนื่องจากเด็กมักจะเรียนรู้จากสิ่งที่เห็น แล้วเด็กจะใช้อะไรบางอย่างมาเป็นตัวจับว่าเมื่อไหร่ควรพูดภาษาไทย และเมื่อไหร่ควรพูดภาษาอังกฤษ

2-หนึ่งเวลาหนึ่งภาษา
เป็นอีกวิธีที่คนในครอบครัวต้องทำร่วมกัน โดยเฉพาะผู้ที่สามารถพูดภาษาที่หนึ่งและสองกับลูก ซึ่งไม่จำเป็นต้องแปล ไม่พูดไทยคำอังกฤษคำ ให้พูดเป็นประโยค แต่ให้พูดตามช่วงเวลาที่ได้ตกลงกันเอาไว้ อาจกำหนดว่า ช่วงกลางวันจะสื่อสารด้วยภาษาไทย  ช่วงกลางคืนจะใช้ภาษาอังกฤษ เพื่อให้เด็กแยกแยะทั้งสองภาษาได้ชัดเจนจากช่วงเวลา

ใช้ตัวช่วย
สำหรับเด็ก เสียงเป็นสิ่งที่ดึงดูความสนใจได้ดี ดังนั้นการเปิดการ์ตูนให้ลูกฟัง โดยไม่จำเป็นต้องให้ดู เพียงให้ฟังอย่างเดียวเพื่อให้ได้สำเนียงที่ถูกต้อง หนังสือนิทาน ซีดีเพลง หนัง หรือ โปสเตอร์ภาษา สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นตัวช่วยหรือเครื่องมือในการสอน ที่ล้วนมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้ภาษาที่ 2 ของลูก

ฝึกคำศัพท์จากสิ่งรอบตัว
การเริ่มจากสิ่งรอบตัวเป็นอะไรที่เข้าใจง่ายที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่พบบ่อย และได้ใช้บ่อย เช่น ข้าวของเครื่องใช้ หรือชื่ออาหาร หรือกิจวัตรประจำวัน อย่างการนั่ง ยืน กิน นอน ไป มา อาบน้ำ แต่งตัว โดยไม่จำเป็นต้องแปล สิ่งเหล่านี้เมื่อพูดทุกวัน เด็กๆก็จะซึมซับและจดจำได้ง่าย โดยพูดแบบนี้ไปเรื่อยๆแล้วค่อยๆเพิ่มเป็นประโยคเมื่อลูกโตขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการฝึกภาษาทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกไปพร้อมๆ กัน ที่สำคัญคือต้องออกเสียงคำให้ถูกต้อง

ทำให้เป็นเรื่องสนุก
เล่นสนุกสนานเป็นเรื่องปกติของเด็ก การฝึกลูกเป็นเด็กสองภาษาก็ควรเป็นเรื่องปกติของชีวิต อย่างหนึ่งเหมือนกันเช่น การทำทุกกิจกรรม กินข้าว เล่านิทาน หรือเล่นเกมก็เป็นการฝึกพูดภาษาที่ 2 ได้ หรือการออกไปเปลี่ยนบรรยากาศข้างนอก เช่น สวนสัตว์ สวนสนุก ก็ชี้บรรยากาศรอบๆ ให้ลูกดูเเล้วพูดเป็นภาษาที่ 2 เพื่อเพิ่มความสนใจให้กับลูก เป็นการกระตุ้นในการเรียนรู้ที่ดีของลูกอีกวิธีหนึ่ง

ค่อยเป็นค่อยไป
ไม่ว่าจะสอนอะไรให้กับเด็กก็ไม่สามารถรีบจนเกินไปได้ โดยเฉพาะการสอนภาษาที่ 2 ให้ลูกนั้น ทุกคนต้องใช้ความเข้าใจ และมีเวลาให้สำหรับการสอน เพราะเด็กๆ ทุกคนมีพัฒนาการที่แตกต่างและมีความสามารถความถนัดไม่เหมือนกัน ฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องใช้ความอดทน รอให้ลูกเรียนรู้ภาษาตามเวลาของเขา คอยพูดคุย สนับสนุน และชมเชย เมื่อเขาสามารถทำอะไรได้สำเร็จ

อ่านบทความดีๆจากทางโรงเรียน ได้ที่ นานาสาระ